ย้อนชีวิต "หม่อมลูกปลา" อดีตชายาเจ้า เงินเหลือ 300 ย้อนปมวางยา "ท่านกบ"

คอมเมนต์:

จากเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงต้องกลายเป็นหม่อมลับ ๆ ตั้งแต่อายุ 12 ปี

        “เราเป็นหม่อมที่ติดดิน เวลาไปไหนก็จะทำตัวสบาย ๆ ใส่กางเกงยีนส์ เสื้อยืด รองเท้าผ้าใบ แม้ว่าเราจะมีเสื้อผ้าของ Dior, Gucci, lacoste หรือเสื้อผ้าแบรนด์เนมอื่น ๆ ที่ท่านชายซื้อเอาไว้ แต่เราก็ไม่ค่อยจะหยิบมาใส่เท่าไร เพราะเราไม่ใช่คนที่นิยมแบรนด์เนมอะไรมากนัก” หม่อมชลาศัย ยุคล ณ อยุธยา ชื่อเดิม หม่อมลูกปลา ย้อนเล่าถึงช่วงชีวิตที่เคยโลดแล่นอยู่ในแวดวงไฮโซแถวหน้าของเมืองไทย

        ขอย้อนเล่าไปเมื่อครั้งที่กราฟชีวิตของหม่อมลูกปลาไต่ระดับขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดของชีวิต ก่อนจะทิ้งดิ่งลงมาจนถึงปัจจุบัน เดิมที นางโชติกา ขวัญฐิติ หรือ หม่อมลูกปลา เป็นเด็กกำพร้าอายุ 2 เดือนที่ถูกทิ้งไว้ในโรงพยาบาลจุฬาฯ จน ม.จ.รังษีนภดล ยุคล (ท่านหญิงอ๋อย) ได้ขอโรงพยาบาลไปชุบเลี้ยง ต่อมาเมื่อมีอายุ 4 ขวบ ท่านหญิงอ๋อยได้ยกให้ท่านพี่ คือ ม.จ.ฐิติพันธุ์ ยุคล (ท่านชายกบ) เป็นผู้เลี้ยงดู จากนั้น ชีวิตของหม่อมลูกปลา ได้ตกเป็นสมบัติของท่านกบนับแต่นั้นเป็นต้นมา

 

Sponsored Ad

 

        “ท่านชายเลี้ยงดูเราเหมือนลูกคนหนึ่ง ท่านกินอย่างไร เรากินอย่างนั้น มีแม่บ้านคอยดูแลบ้าน แต่แม่บ้านแต่ละคนก็อยู่ได้ไม่เกิน 2 เดือนก็ลาออก จนกรมแรงงานหาแม่บ้านให้ท่านชายไม่ทัน เพราะท่านชายอารมณ์เสียบ่อย แม่บ้านก็เลยขอลาออกกันหมด (หัวเราะ)”

 

Sponsored Ad

 

        “เมื่อไม่มีแม่บ้าน หม่อมทุกคนในบ้านก็ต้องล้างจาน กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้าเอง ซึ่งทุกคนก็ทำกันได้อย่างดีไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องอาหารการกินก็ไม่ติดขัดอะไร เพระมีคนทำอาหารจากในวัง มาส่งให้ที่วังอัศวิน”

        “ส่วนเรื่องเรียน เราจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 เท่านั้น เพราะไม่มีเวลาเรียน เรานอนดึก ตีสองตีสามก็ยังไม่ได้กลับวัง เพราะต้องติดตามท่านชายไปสังสรรค์กับเพื่อน ติดตามท่านชายไปออกงานสังคม จนดึกดื่นทุกวัน”

 

Sponsored Ad

 

        เมื่อเว้นว่างจากการเรียน และการออกงานสังคม ชีวิตของ ท่านชายกบ และหม่อมลูกปลา ได้ใช้เวลาว่างไปกับงานอดิเรกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การแล่นเรือใบ, ฝึกขับเครื่องบินส่วนตัว, เล่นเจ็ตสกี, ยิงปืน, ฟันดาบ หรือแม้กระทั่งแข่งรถ 

        “รถที่ใช้แข่ง ใช้ขับในแต่ละวันก็คือ เฟอร์รารี, ลัมโบร์กีนี, แมคลาเรน, เบนท์ลี่ย์ คอนติเนนตัล, บีเอ็มดับเบิลยู อื่น ๆ อีกจำไม่ได้ หรือถ้าเป็นช่วงวันหยุด เราก็จะบินไปสิงคโปร์ เพื่อไปดูเครื่องบินส่วนตัวที่ท่านเรียกว่า นิภานพดารา เดือน ๆ นึงนี่ เราบินไปที่สิงคโปร์ไม่ต่ำว่า 4 ครั้ง หากเครื่องบินส่วนตัวจอดอยู่ที่ไทย เราและท่านชายก็จะขับเครื่องบินท่องเที่ยวไปสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ” หม่อมลูกปลา ย้อนวันวานอันสุขสดใสด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลา

 

Sponsored Ad

 

        จากทารกน้อยวัย 2 เดือน โชคชะตาพัดพาชีวิตของเธอเข้ามาอยู่ในวังอัศวิน เธออาศัยใช้ชีวิตจนเวลาล่วงเลยไปจนถึงวัยสาว ท่ามกลางข่าวลือที่ว่า เธอเป็นภรรยาลับ ๆ ของ ม.จ.ฐิติพันธุ์ ตั้งแต่อายุ 12 ปี “เราเป็นหม่อมตั้งแต่อายุ 12 ปี และเมื่อเป็นภรรยาของหม่อมเจ้า ก็จะเป็นหม่อมโดยอัติโนมัติ และในอีกทางหนึ่ง เราเป็นลูก (บุญธรรม) ของท่านหญิงอ๋อยด้วย” หม่อมลูกปลา บอกกับทีมข่าวอย่างไม่ปิดบัง

 

Sponsored Ad

 

.

        เมื่ออายุเข้า 22 ปี หม่อมลูกปลา ได้เสกสมรสกับท่านชายกบในวัย 58 ปี และจดทะเบียนเป็นชายาของท่านชายกบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งหม่อมลูกปลา หรือโชติกา คนเดินดินในวันนี้ พูดกับทีมข่าวว่า “เราตัดสินใจแต่งงาน เพราะ 1. ทดแทนบุญคุณ และ 2. ต้องการเอาชนะภรรยาคนที่ 2 (หม่อมลูกปลา คือ คนภรรยาคนที่ 3 ของท่านชาย) ส่วนที่มาที่ทำให้ท่านชายตัดสินใจแต่งงานกับเราก็คือ อยากให้เราเลิกหนีเที่ยวเสียที”

 

Sponsored Ad

 

        ช่วงชีวิต 1 ปี(ปี 2538) หลังแต่งงานของหม่อมลูกปลา ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก เธอยังคงตื่นสายกว่าใครในบ้าน ใช้ชีวิตโก้หรูอย่างที่เคยเป็น และหนีเที่ยวโดยที่ท่านชายไม่รู้บ้างเป็นบางที จนกระทั่งท่านชายกบล้มป่วยกะทันหัน โดยไม่ทราบสาเหตุ โดยมีหม่อมลูกปลาเป็นคนแรกที่พบเห็นว่า ท่านชายกบตกเก้าอี้สิ้นสติอยู่กับพื้น ณ ห้องนั่งเล่นวิทยุรับส่ง ซึ่งอาการของท่านชายค่อนข้างหนักหนาสาหัสอยู่พอสมควร จึงทำให้มีข่าวลือออกมาอย่างหนาหูว่า ท่านกบผู้ที่เคยมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงดี อาจถูกวางยาโดยคนใกล้ชิด เนื่องจากอาการของท่าน อยู่ในสภาพที่สมองไม่สั่งการ นอนหายใจคล้ายเจ้าชายนิทรา

Sponsored Ad

        ณ เวลานั้น มีการรายงานว่า ก่อนที่ท่านชายกบจะล้มป่วยกะทันหัน ท่านชายกบและหม่อมลูกปลามีปากเสียงกัน ภายหลังจากที่หม่อมลูกปลากลับจากไปเที่ยวภูเก็ตกับ นายอุเทศ ชุปวา (ต่อมาเป็นสามีคนที่ 2 ของหม่อมลูกปลา) และถูกท่านชายกบจับได้ ซึ่งท่านชาย กล่าวหาว่า หม่อมลูกปลามีชู้ จึงเกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง

        กระบวนการทางกฎหมายดำเนินไปตามครรลอง จากปี 2538 จนกระทั่งปี 2555 ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกหม่อมลูกปลาฐานทำร้ายผู้อื่นแต่เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ลงโทษจำคุก 7 ปี คำสารภาพเป็นประโยชน์ ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงรับโทษ 4 ปี 8 เดือน

.

ตอนถูกคุมขัง

        ในขณะที่ หลายคนยังไม่เชื่อว่า หม่อมลูกปลา จะอำมหิตถึงขั้นวางยาพิษท่านชายกบ ซึ่งเป็นทั้งพ่อ ทั้งสามี เป็นทุกอย่างในชีวิตของเธอ และหลายคนยังสงสัยอีกว่า หม่อมลูกปลา จะกระทำการเช่นนี้ไปเพื่ออะไร เพราะเธอไม่ได้ประโยชน์ใด ๆ จากเรื่องนี้เลย

        ดั่งเช่นที่เธอยืนยันกับทีมข่าวว่า “เราไม่ได้เอาอะไรออกมาจากวังอัศวินเลย เรามาตัวเปล่า ทุกสิ่งที่ท่านเคยให้ เราทอดทิ้งไว้ที่นั่นทั้งหมด เงินสักบาทจากพินัยกรรมของท่านชายเราก็ไม่ได้ เพราะพินัยกรรมถูกเขียนไว้ก่อนที่เราจะแต่งงานกับท่านชาย แม้กระทั่งคำว่า หม่อม เราก็ไม่อยากได้ เราไม่อยากวุ่นวาย นี่ขนาดไม่ได้เอาอะไรออกมา ชีวิตยังวุ่นวายขนาดนี้”

        เมื่อผู้สื่อข่าว เปรยว่า “บางคนเชื่อว่า คุณคือแพะ” หม่อมลูกปลากล่าวขึ้นมาในทันทีว่า “ก็เหมือนว่าจะใช่ เราเป็นคนถามตำรวจเองว่า ต้องการแพะรับบาปมั้ย หากต้องการ เราจะเป็นให้ เพราะเราเหนื่อยเหลือเกิน เรารำคาญกับการที่จะต้องมาตอบคำถามเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ไฟจ่อหน้า” 

        หม่อมลูกปลา จำคุกอยู่นาน 2 ปี 6 เดือน แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกกับเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ตอนที่เราติดคุก เราท้องได้ประมาณ 3 เดือน”

        “พอออกมาจากคุก เราก็มาเป็นเด็กทำความสะอาดรถทัวร์ให้สามี ตอนนี้ลูกสาวที่คลอดตอนสมัยที่เราอยู่ในคุก น้องอายุได้ 5 ขวบแล้ว” หม่อมลูกปลาพูด พลางมองไปยังลูกสาวตัวน้อย ๆ ที่นั่งเล่นดินเล่นทรายอยู่ตรงหน้า

        “ชีวิตตอนนี้ก็ถือว่าลำบากพอสมควร ต้องเช่าบ้านเดือนละ 3 พันกว่าบาท รวมค่าน้ำค่าไฟ บางครั้งก็ไม่มีค่านมลูก ไม่มีค่าเทอมลูก ไม่มีเงินส่งรถ (ผ่อนไฟแนนซ์) มีหนี้สิ้นรัดตัว ตอนนี้ยังไม่ทันสิ้นเดือน เราเหลือเงินอยู่ไม่ถึง 300 บาทด้วยซ้ำ บางทีเราก็เขียนจดหมายขอความช่วยเหลือไปหาหม่อมคนอื่น ๆ ที่รู้จักคุ้นเคย ซึ่งเขาก็ช่วยเหลือบ้างบางครั้ง” หม่อมลูกปลา ยิ้มเศร้า

        เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากเลือกได้ จะเลือกมีชีวิตแบบไหน ระหว่าง “สุขสบายแต่ไร้อิสระ” กับ “อดอยากแต่อิสระ”

        หม่อมลูกปลาตอบในทันทีว่า “สุขสบายแต่ไร้อิสระ เพราะความจน และการเป็นหนี้สินมันน่ากลัวกว่าคำว่า ไร้อิสรภาพ

        “ถ้าตอนนี้ท่านชายยังอยู่ เราคงอยู่กับลูก ๆ ฝาแฝดของเรากับท่านชาย (หม่อมลูกปลาแท้งลูกแฝด ภายหลังจากที่ท่านชายกบป่วยกะทันหัน) เราคงมีความสุขกว่าวันนี้ และคงไม่คิดจะหนีเที่ยว เพราะมีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ” 

        หม่อมลูกปลามองขึ้นไปบนฟ้า และนิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพูดออกมาว่า “ลูกปลาคนเก่ามันตายไปแล้ว ตายไปตั้งแต่ในเรือนจำแล้ว ตอนนี้เราเป็นอะไรก็ได้ เราต้องทำมาหากินทุกอย่างได้ เพราะตอนนี้เรามีลูก ลูกสาว ที่เราไม่อยากให้เขามีชะตาชีวิตอย่างเรา...” หม่อมลูกปลา จ้องตาเขม็งไปที่ลูกสาวของเธอ

เป็นเด็กรถกับสามี

.

ชมคลิป

คลิปเปิดไม่ออก >>> กดตรงนี้ คลิ๊ก <<<

ที่มา : thairath

บทความแนะนำ More +

บทความที่คุณอาจสนใจ