เปิดใจ "เมย์ เฟื่องอารมณ์" ยอมรับเลี้ยง "น้องมายู" ไม่ง่าย พึ่งทั้งหมอทั้งมู ยกให้เป็นลูกพระ

คอมเมนต์:

จังหวะเดินมารับของแม่ผิดก็ร้องไห้แล้ว! เปิดใจ #เมย์เฟื่องอารมย์ เลี้ยงลูกไม่ง่าย เคยแอบไปนั่งร้องไห้ เครียดหนักจนต้องหาหมอ เพิ่งไสยศาสตร์ก็ทำ

        ต้องยอมรับเลยว่าเป็นอีกหนึ่งสาวมากความสามารถสำหรับ "เมย์ ปทิดา กำเนิดพลอย" หรือที่ทุกคนคุ้นเคยกันในชื่อ "เมย์ เฟื่องอารมย์" ภรรยาคนสวยของพิธีกรดังแห่งปีอย่าง "หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย" ที่ปัจจุบันเจ้าตัวได้หันหลังให้กับงานแสดง เพื่อเต็มที่กับการเลี้ยงลูกสาวคนสวยอย่าง "น้องมายู" 

        โดยล่าสุดสาวเมย์ก็ได้มีโอกาสไปเปิดใจเล่าถึงพฤติกรรมสุดแสบของลูกสาว จนเจ้าตัวต้องรีบไปปรึกษาคุณหมอ เผยเครียดถึงขั้นต้องพึ่งความเชื่อยกให้เป็นลูกพระ 

 

Sponsored Ad

 

        โดยสาวเมย์ได้เผยว่า ถ้าทุกคนได้ติดตามจริง ๆ จะรู้ว่าน้องมายูเป็นเด็กที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก แล้วก็เป็นเด็กที่มีอารมณ์แปรปรวนค่อนข้างสูง ณ ตอนนั้นในวัยเด็ก จะไม่เหมือนในเด็กคนอื่น ๆ เด็กบางคนอาจจะเชื่อฟัง ไม่มีงอแง แต่ของมายูจะเป็นอารมณ์ที่แบบไม่ยอมฟังอะไรทั้งสิ้น 

 

Sponsored Ad

 

        "มีอารมณ์แปรปรวนในเรื่องของอารมณ์พีคเยอะ บางทีพูดอะไรนิดนึงก็ลงไปดิ้นร้องไห้ เคยมีเหตุการณ์ครั้งนึงที่ไปรับที่โรงเรียน แต่ของมายูไม่ใช่ พอเราเรียก มายู ลูกก็ลงไปร้อง ลงไปดิ้น เราก็ตกใจว่าลูกเป็นอะไร มายูก็บอกว่าแม่ไปเลย แม่ออกไปใหม่ คือเค้ารู้สึกว่าจังหวะที่เราเดินมาผิด พี่ก็ตกใจเหมือนกันนะ พี่ก็อายมากเลย แต่ก็ลองเดินไปใหม่อีกทีนึง ซึ่งเค้าก็ดีขึ้น ตอนนั้นเราก็ไม่เข้าใจ เราก็พยายามพูดคุยกับเค้า บอกเค้า เหมือนต้องใช้เวลากับเค้านิดนึง เค้าจะไม่เข้าใจ เค้าจะไม่เคยชินกับคนที่ไม่รู้จักมาแตะหรือสัมผัส" สาวเมย์ เล่า

 

Sponsored Ad

 

        "หรืออย่างบางครั้ง รถเข็น บางทีก็จะมีคนมาช่วยเหลือ แล้วพอมีคนมาช่วยเหลือเข็นให้ พอคนอื่นมาจับรถเข็น เค้าก็ร้องไห้ ร้องกรี๊ดแล้ว ไม่ได้ เคยไปต่างประเทศแล้วก็นั่งแท็กซี่ คนขับแท็กซี่ก็จะมาช่วยยกให้ เค้าก็ลงไปดิ้นร้องไห้ เค้าห่วงของ ไม่ให้ ไปห้างสรรพสินค้าเวลามีพี่รปภ. มาเปิดประตูให้ มายูก็ลงไปดิ้นข้างล่าง เพราะพี่รปภ.มาเปิดประตูให้" สาวเมย์ เล่าต่อ

 

Sponsored Ad

 

        โดยสาว "เบนซ์ พรชิตา" ที่เป็นพิธีกรอยู่ก็เผยว่า ลูกตนไม่ได้เป็น แต่ตนเข้าใจน้องมายู บางทีเด็กจะรู้สึกว่า อันนี้เป็นของของเขา แล้วมีคนอื่นที่ไม่รู้จักมาจับ เขาก็จะรู้สึกว่าเขาไม่มีสิทธิมาจับอันนี้นะ ตนเข้าใจในมุมของเด็ก

        สาวเมย์ยอมรับว่าตอนนั้นก็หนักอยู่ อย่างงานโรงเรียน เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนก็จะใส่ชุดไทยสวย ๆ ตนก็อยากให้ลูกสาวมีโมเมนต์แบบนั้นบ้าง แล้วพอตนเอาชุดมาให้น้องมายูใส่ เขาก็จะไม่อยากใส่ บอกไม่เอา ไม่ใส่ มันคัน เขาอยากใส่แค่เสื้อยืด นอกเหนือจากกระโปรงที่ไม่ยอมใส่แล้วก็มีเรื่องของเนื้อผ้าด้วย 

 

Sponsored Ad

 

        และเมื่อถามว่าทำไมตอนนั้นเด็กไม่เข้าใจ สาวเมย์ก็เผยว่า คือ ณ ตอนนั้นด้วย วัย เขาปรับความรู้สึกไม่เข้าใจ บางทีเราก็ไม่เข้าใจ ก็จะมีอารมณ์พีคเหมือนกัน ว่าทำไมลูกไม่ทำตามที่เรามองบอก ก็จะมีทะเลาะกันเหมือนกัน ลูกก็จะยิ่งวี้ดใส่ กลายเป็นแรงกระทบแรง 

 

Sponsored Ad

 

        "จนเรารู้สึกบางที เด็กในห้องใส่กันหมด มีมายูคนเดียวไม่ใส่ ความรู้สึกของความเป็นแม่ของเราตอนนั้นเรารู้สึกไม่ดี ทำไมเราคอนโทรลลูกเราไม่ได้ จนตัดสินใจไปปรึกษาคุณหมอทางด้านของเด็ก เพื่อให้เราได้รู้ว่า เราจะต้องปรับตัวเราเองยังไง ปรับตัวลูกเรายังไง มันต้องปรับทั้งคู่" สาวเมย์ เล่า 

        สาวเมย์เผยว่า เพราะตอนนั้นตนไม่เข้าใจ ตนไม่เคยมีลูกมาก่อน ตนไม่มีความรู้ แต่เมื่อเรารู้แล้ว และมันผ่านไป เราจะเข้าใจว่า จริง ๆ แล้วลูกมีสิทธิ เขามีความคิด เขามีโมเมนต์ที่ไม่จำเป็นต้องบังคับเขา จริง ๆ ถ้าเขาไม่ใส่ ก็ปล่อยเขา

Sponsored Ad

        "เค้าไม่ผิดที่เค้าเป็นอย่างงั้น เค้าไม่ผิด แล้วก็อย่าไปลงโทษหรือว่าเด็ก หรือทุกคนเห็นเด็กเป็นอย่างงี้ แล้วจะไปบอกว่าเด็กคนนี้ก้าวร้าวหรือเด็กคนนี้ไม่ดี เพราะเด็กทุกคนมีสิทธิที่จะเป็นแบบนี้ได้ เพราะหัวสมองเขาไม่สามารถคอนโทรลหรือควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ ในจุดจุดหนึ่ง อย่าลืมว่าลูกคุณอายุเพียงแค่ 2 หรือ 3 หรือ 4 ขวบ เขายังไม่โตเท่าเรา ที่เราสามารถควบคุมความรู้สึกหรือประมวลเหตุการณ์ หรือประมวลความคิดถูกต้อง ปรับอะไรได้ เพราะฉะนั้นเราต้องให้โอกาสเขา แล้วปล่อย แล้วหยุดไว้ก่อน ค่อย ๆ พูด อย่าเพิ่งพูดตอนนั้น พออารมณ์ดีขึ้นค่อยหาเวลามาพูดคุยกับเขา แล้วอธิบายกับเขา" เมย์ กล่าว

        และเมื่อถามว่าวิธีจัดการอารมณ์ของตัวเองใช้วิธีไหน สาวเมย์ก็เผยว่า เมื่อตนเข้าใจลูกแล้ว ง่าย ๆ เลยคือแค่ตนเข้าใจเขา เมื่อตนเข้าใจอารมณ์ของลูก เข้าใจบริบทของลูก ตนก็จะรู้สึกว่าตนไม่ได้ต่อสู้กับอะไรเลย ตนไม่ได้ต้องการอะไรเลย ตนเข้าใจและเป็นผู้ช่วยลูก สนับสนุนลูก ทำให้ลูกผ่านตรงนี้ไปได้อย่างดี มันก็จะดีขึ้น 

        "มันเหมือนเป็นจิตวิทยา ให้อยู่พวกเดียวกับลูกก่อน แม่เข้าใจนะว่าหนูเป็นแบบนี้เพราะอะไร เราจะไม่บอกว่าผิดนะทันที แต่เราจะบอกว่า โอเค แม่เข้าใจนะว่าที่หนูทำเพราะอะไร แล้วเวลาพูดต้องใช้น้ำเสียงด้วยนะ ลูกจะฟังจากน้ำเสียง แววตา ท่าทาง ซึ่งเด็กเข้าใจจริง ๆ แล้วมันได้ผล" สาวเมย์ กล่าว

        ทั้งนี้ "หนิง ปณิตา" ที่เป็นพิธีกรอีกคนก็ได้กล่าวว่า จริง ๆ หนิงมองว่า ปัญหาของเด็กไม่ยาก ถ้าผู้ใหญ่รู้จักที่จะคอนโทรล ควบคุม แล้วก็ใจเย็น ๆ ที่จะค่อยเป็นค่อยไป แต่ปัญหาของผู้ใหญ่ที่ทำงานเยอะแยะมากมาย ความเครียดรอบตัวเยอะแยะมากมาย พี่เมย์เองก็เคยมีความเครียด ทั้งเรื่องงาน เรื่องลูก แล้วต้องนั่งร้องไห้คนเดียว ปัญหาของตัวเองพี่เมย์แก้อย่างไร

        สาวเมย์ก็ได้เผยว่า ถึงขั้นนั่งร้องไห้คนเดียว รู้สึกเปรียบเทียบ ว่าทำไมเป็นแบบนี้ เพราะตนคาดหวังกับลูกมากเกินไป 

        "ปรึกษาคุณหมอคุยเหมือนกัน คุณหมอบอกว่าอย่าคิดว่าเด็กเป็นผ้าขาวนะ แล้วเราแต้มอะไรลงไปเป็นสีนั้น จริง ๆ แล้วเด็กทุกคนเกิดมามีสีของแต่ละคน บางคนสีขาว บางคนสีแดง บางคนสีส้ม มายูอาจจะเป็นสีแดงที่ร้อนแรงมาก เราก็ต้องค่อย ๆ เติมสีให้ลูก ให้ลูกค่อย ๆ เปลี่ยนสี" สาวเมย์ กล่าว

.

        และเมื่อถามว่าสาวเมย์เคยฝากลูกไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์! สาวเมย์ก็เผยว่า "ก็มีช่วงวัยค่ะ ตอนนั้นที่มีภาวะอย่างนี้ พีค ๆ แบบนี้ เรานับถือศาสนาพุทธเลยรู้สึกว่าพามายูไปเข้าวัดบ้าง แต่เค้าเด็กมาก ก็มีไปฝากไว้กับพระ เหมือนยกให้เป็นลูกพระ" 

        และเมื่อถามว่าช่วยไหม สาวเมย์ก็เผยว่า ไม่ได้ถึงขนาดนั้น มันเป็นความเชื่อส่วนบุคคล และเป็นความเชื่อทางใจมากกว่า แต่ทุก ๆ อย่างมันก็เป็นไปตามที่มันเป็น เพราะสุดท้ายแล้วตอนนี้มายู 7 ขวบ ทุกอย่างแฮปปี้ ดีมากเลย เขาเปลี่ยนด้วยตัวเขาเอง รอแค่เวลาเท่านั้น เวลาใครมาปรึกษาตน ตนก็จะบอกว่า ไม่ต้องซีเรียสเลยเดี๋ยววันหนึ่งเขาก็จะดีเอง

ชมคลิป

คลิปเปิดไม่ออก >>> กดตรงนี้ คลิก <<<

ที่มา : Orange Mama, Instagram mayfuang

บทความที่คุณอาจสนใจ