ชะล่าใจไม่ได้! เปิดอีกสาเหตุของ "ปากแห้งแตก" ไม่ได้มาจากการ "ขาดน้ำ" อย่างเดียวแต่เป็นเพราะ

คอมเมนต์:

โห.. เพิ่งรู้นะคะเนี่ย

        จริงอยู่ที่สาเหตุหลักของการมีริมฝีปากที่แห้งและแตกนั้น มาจากร่างกายขาดความชุ่มชื้น แต่บางครั้งการขาดน้ำก็ไม่ได้เป็นสาเหตุหลักเสมอไป

        ปากแห้ง แตก ลอกเป็นขุยจนลิปมันยังเอาไม่อยู่ ปากแห้งบ่อย ๆ แบบนี้ต้องเช็กหน่อยแล้วค่ะว่าริมฝีปากแอบส่งสัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพอยู่หรือเปล่า 

 

Sponsored Ad

 

        ดังนั้นลองมาดูกันว่า ปากแห้งเกิดจากอะไรได้บ้าง ริมฝีปากที่ไม่ชุ่มชื้นบอกโรคได้ไหม แล้ววิธีแก้ปากแห้งให้หาย ควรทำยังไงดี

 

Sponsored Ad

 

1. ปากเปื่อย อักเสบ แผลในปาก : ขาดวิตามิน B2

        แผลที่เกิดรอบๆ ริมฝีปากหรือแผลในช่องปากเกิดจากการขาดวิตามิน B2 ที่จะช่วยซ่อมแซมรอยแผลให้หายเป็นปกติ

        วิตามิน B2 มีผลกับการสร้างผิวหนังและเส้นผม เนื่องจากไม่สามารถสะสมวิตามิน B2 ไว้ในร่างกายคนเราได้ ดังนั้นเราจึงต้องรับวิตามิน B2 เข้าสู่ร่างกายโดยการรับประทานอาหารหรือวิตามินเสริม

        อาหารที่มีวิตามิน B2 : ดื่มนมวันละ 250 cc. หรือทานเห็ดหอม เห็ดหูหนู ถั่วลิสง งาดำหรือเมล็ดอัลมอนต์

2. ประสิทธิภาพในการรับรสเสื่อม : เกิดจากร่างกายขาดธาตุสังกะสี

 

Sponsored Ad

 

        แนะนำผู้ชายควรบริโภคสังกะสีวันละประมาณ 5.5 ถึง 9.5 มก. ส่วนผู้หญิงวันละ 4 ถึง 7 มก. การขาดสังกะสีทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง เบื่ออาหารการเจริญเติบโตลดลง ผมร่วงและประสิทธิภาพในการรับรสเสื่อมลง

        ถ้าหากพบว่าทานอาหารแล้วไม่ค่อยรู้รส เป็นแผลแล้วหายช้า อาจจะเป็นสาเหตุจากการขาดธาตุสังกะสี

        อาหารที่มีธาตุสังกะสี : เนื้อวัว เนื้อแพะ สัตว์เนื้อแดงนั้นอุดมไปด้วยธาตุสังกะสี หากทานเสต็กเนื้อชิ้นละ 8 ออนซ์ อาทิตย์ละครั้งก็จะได้รับธาตุสังกะสีในปริมาณที่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ

 

Sponsored Ad

 

3. อาการปวดหรือไม่สบายกระเพาะ : เกิดจากการขาดวิตามิน A

        แนะนำผู้ชายควรบริโภควิตามิน A วันละประมาณ 0.7 มก. ส่วนผู้หญิงวันละ 0.6 มก. วิตามิน A นั้นไม่เพียงสามารถช่วยบำรุงรักษาสายตา แต่ยังช่วยบำรุงและปกป้องหลอดลมและกระเพาะเคลือบป้องกันไม่ให้เชื้อโรคทำร้ายเราได้โดยตรงอีกด้วย

        เพราะฉะนั้นหากขาดวิตามิน A นอกจากจะมีผลกระทบต่อดวงตาของเราแล้วยังจะมีผลเสียต่อหลอดลมและกระเพาะอาหารอีกด้วย

 

Sponsored Ad

 

        อาหารที่มีวิตามิน A : ทานแครอททุกวันหรือทานเครื่องในสัตว์อาทิตย์ละ 1-2 ครั้งก็สามารถชดเชยปริมาณวิตามิน A ที่ร่างกายต้องการได้เพียงพอ

4. โกรธง่ายเหนื่อยง่าย : การขาดธาตุเหล็ก

 

Sponsored Ad

 

        การขาดธาตุเหล็กไม่เพียงแต่จะเป็นสาเหตุของอาการเลือดจาง แต่ยังทำให้มีอารมณ์แปรปรวนและโกรธง่าย แนะนำผู้ชายควรบริโภควันละประมาณ 8.7 มก. ส่วนผู้หญิง 14.8 มก. ถึงจะเพียงพอ

        ธาตุเหล็กมีสาระสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ยิ่งสำหรับผู้หญิงในวัยที่มีประจำเดือนแล้วธาตุเหล็กนั้นมีความสำคัญมาก เมื่อร่างกายขาดธาตุเหล็กจะทำให้เกิดอาการซึมเศร้าและร่างกายไม่กระปรี้กระเปร่า

        อาหารที่มีธาตุเหล็ก : สัตว์เนื้อแดง ไข่ไก่ ถั่วต่างๆ ผักสีเขียวเข้ม และอย่าลืมทานวิตามิน C เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุเหล็กด้วยนะจ๊ะ

Sponsored Ad

5. ข้อเท้าปูดบวม : เกิดจากการขาดธาตุโพแทสเซียม

        โพแทสเซียมช่วยให้ปริมาณของเลือดและน้ำภายในร่างกายอยู่ในระดับที่เหมาะสม

        การขาดโพแทสเซียมติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้การเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอและการตอบสนองของระบบประสาทเสื่อมลง

        อาหารที่มีโพแทสเซียม : การทานกล้วยหลังออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างโพแทสเซียมและป้องกันการเป็นตะคริว การทานผักและผลไม้ทุกวันก็สามารถเพิ่มแร่ธาตุโพแทสเซียมให้พอเพียงต่อความต้องการของร่างกายได้เช่นกัน

6. อาการปวดเมื่อยทั่วร่างกาย : ขาดวิตามิน D

        อาจจะเป็นเพราะได้รับวิตามินจากแสงแดดไม่เพียงพอ คนที่ขาดวิตามิน D จะเจ็บปวดตามร่างกายได้ง่าย วิตามิน D นั้นมนุษย์ไม่สามารถสร้างขึ้นได้เอง วิตามิน D สำคัญสำหรับโครงสร้างของกระดูกและฟันที่แข็งแรง

        อาหารที่มีวิตามิน D : รับประทานปลาที่มีไขมันอาทิตย์ละ2 ครั้ง เช่นปลาแซลมอน ปลาซาดีนและควรหาโอกาสออกไปรับแสงแดดบ้างเพื่อเพิ่มปริมาณวิตามิน D ให้เพียงพอต่อร่างกาย

อาการอื่นๆ :

        - ปากเหม็น : ขาดวิตามิน B6 สังกะสี

        - ฟันไม่แข็งแรง : ขาดวิตามิน A แคลเซี่ยมและธาตุเหล็ก

        - ปากแห้งแตกเป็นขุย : ขาดวิตามิน A และ B2

        - เลือดจางมือเท้าเย็น : ขาดวิตามิน B6 กรดโฟลิค

        - เหนื่อยง่ายไม่มีสมาธิ : ขาดวิตามิน B1 B2 B6

        - ผมร่วงเยอะเกินปกติรังแคเยอะ : ขาดวิตามิน A B6 สังกะสีและธาตุเหล็ก

แปลและเรียบเรียงโดย ป๋าเถิก

บทความที่คุณอาจสนใจ