ต่างกันอย่างไร ? "บริจาคอวัยวะ" กับ "บริจาคร่างกาย" บริจาคแล้วได้อะไร บริจาคที่ไหน

คอมเมนต์:

ต่างกันอย่างไร ? "บริจาคอวัยวะ" กับ "บริจาคร่างกาย" บริจาคแล้วได้อะไร บริจาคที่ไหน

    ‘ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้’ ถึงไม่อยากจะยอมรับ ก็ต้องยอมรับ เพราะ มันคือเรื่องจริง! ความตาย เป็นของแน่นอนสำหรับทุกชีวิตอยู่แล้ว ฉะนั้นก็อย่าไปคิดอะไรมาก ทำความดี ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน และมีความสุขในทุกๆ วันก็พอ จบ! 

    สำหรับใครที่มีสกิลในการ ‘ละสังขาร’ ขั้นเทพแล้ว หลายคนได้บริจาคร่างกายเป็น ‘อาจารย์ใหญ่’ ซึ่งถือเป็นการทำประโยชน์ให้ผู้อื่นอย่างมาก นอกจากจะมีการบริจาคร่างกายแล้ว ยังมีการบริจาคอวัยวะด้วย คำถามคือ มันต่างกันยังไง? วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจให้กับคุณค่ะ

Sponsored Ad

บริจาคอวัยวะกับบริจาคร่างกาย ต่างกันอย่างไร

การบริจาคอวัยวะ

    การบริจาคอวัยวะ คือ การบริจาคแค่อวัยวะภายในของผู้เสียชีวิตที่ใช้ประโยชน์ได้ เช่น หัวใจ ปอด ไต ตับ อื่นๆ ทั้งนี้ก็เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่อวัยวะสำคัญเสื่อมสภาพ เมื่อหมอปลูกถ่ายอวัยวะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะนำร่างผู้เสียชีวิตส่งกลับคืนให้กับทางครอบครัว เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

การบริจาคร่างกาย

    การบริจาคร่างกาย คือ การบริจาคทั้งร่างกายหลังจากที่เราเสียชีวิตไปแล้ว จุดประสงค์ก็เพื่อ มอบร่างของเราให้นักศึกษาแพทย์ได้ทำการศึกษา พูดง่ายๆ คือ การเป็น “อาจารย์ใหญ่” นั่นเอง โดยผู้ที่จะเป็นอาจารย์ใหญ่ได้นั้น ร่างกายจะต้องมีอวัยวะครบถ้วน ยกเว้นดวงตา จึงจะสามารถบริจาคร่างกายได้

Sponsored Ad

    ดยสมาชิกผู้ใช้ Facebook ชื่อคุณ Palaloy Ploy ให้ข้อมูลที่อธิบายไว้ว่า “การบริจาคแบ่งออกเป็น 3 อย่าง คือ 1.ตา 2. อวัยวะ 3. ร่างกาย .. เราสามารถบริจาคได้ทั้ง 3 อย่าง แต่จะถูกเอาไปใช้ในแบบไหนขึ้นอยู่กับสาเหตุการเสียชีวิต

    – บริจาคอวัยวะ = สมองตาย
    – บริจาคร่างกาย = แก่ตาย

บริจาคแล้วได้อะไร ?

Sponsored Ad

    – ได้ให้ความรู้แก่ผู้อื่น ซึ่งก็คือ นักศึกษาแพทย์ เพื่อที่พวกเขาจะได้ศึกษาร่างกายที่ไม่มีประโยชน์แล้วของผู้บริจาค ไปทำการศึกษาเพื่อพัฒนาการแพทย์ต่อไป

    – ได้แบ่งปัน อวัยวะที่เราบริจาค ถือเป็นการได้แบ่งปันและต่อลมหายใจให้กับเพื่อนร่วมโลก

    – ได้ความสบายใจ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคอวัยวะ หรือบริจาคร่างกาย ถ้าใครตัดสินใจบริจาคแล้ว เชื่อว่าผลของการอุทิศนี้ก็ต้องนำมาซึ่งความสบายใจด้วยกันทั้งนั้น

    – ได้บุญ ตามความเชื่อของศาสนาพุทธเรา การให้ ไม่ว่าจะให้มาก ให้น้อย ก็ถือเป็นกุศลด้วยกันทั้งนั้น

Sponsored Ad

บริจาคที่ไหน?

    มีโรงพยาบาล หรือมหาวิทยาลัย ที่รับบริจาคอวัยวะหรือร่างกาย เยอะอยู่เหมือนกัน สถานที่ต่อไปนี้ Campus-Star จะขอยกตัวอย่างนะคะ ถ้าใครอยากบริจาคหรือสะดวกที่ไหนก็ไปกันได้จ้า อย่าลืมสอบถามรายละเอียดสถานที่รับบริจาคอีกครั้ง

    โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย : chulalongkornhospital.go.th

Sponsored Ad

    ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ม.มหิดล : sc.mahidol.ac.th

    คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ : med.tu.ac.th

    โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น : srinagarind.md.kku.ac.th

    คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ม.นเรศวร : medsci.nu.ac.th

    คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ : med.cmu.ac.th

    คณะวิทยาศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ : sci.psu.ac.th

    ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย : organdonate.in.th

การบริจาคร่างกาย อวัยวะ ดวงตา มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ? รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

Sponsored Ad

Note :

    – เมื่อสิ้นสุดปีการศึกษา ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ จะร่วมกับนักศึกษาแพทย์ปี 2 ทุกคน เป็นเจ้าภาพจัดงานพระราชทางเพลิงศพ ให้กับอาจารย์ใหญ่ทุกๆ ท่าน

    – การบริจาคแบ่งออกเป็น 3 อย่าง คือ 1.ตา 2. อวัยวะ 3. ร่างกาย .. เราสามารถบริจาคได้ทั้ง 3 อย่าง แต่จะถูกเอาไปใช้ในแบบไหนขึ้นอยู่กับสาเหตุการเสียชีวิต / บริจาคอวัยวะ = สมองตาย / บริจาคร่างกาย = แก่ตาย

– การบริจาคร่างกาย –

    อาจารย์ใหญ่ คือ ร่างกายของมนุษย์ ที่ได้แสดงเจตจำนงชัดเจนในการบริจาคร่างกายไว้ก่อนที่จะเสียชีวิต ทั้งนี้ก็เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้ใช้ร่างกายของตัวเองในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่อง มหกายวิภาคศาสตร์ หรือระบบของร่างกายนั่นเอง

Sponsored Ad

คุณสมบัติอาจารย์ใหญ่ ผู้ที่บริจาคร่างกายให้เป็นอาจารย์ใหญ่นั้น ต้องไม่เสียชีวิตด้วยโรคร้ายแรง และต้องมีอวัยวะหรือส่วนต่างๆ ของร่างกายครบถ้วน

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

    รับบริจาคร่างกาย เปิดทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-15.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ เปิดทำการ 08.00-14.00 น. ค่ะ

    ศาลาทินทัต ที่รับบริจาคร่างกาย เป็นอาจารย์ใหญ่ค่ะ

    เอกสารเกี่ยวกับการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา

ตัวอย่าง บัตรประจำตัวผู้อุทิศร่างกาย เพื่อการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์

– การบริจาคอวัยวะ –

    การบริจาคอวัยวะ คือ การบริจาคแค่อวัยวะภายในของผู้เสียชีวิตที่ใช้ประโยชน์ได้ เช่น หัวใจ ปอด ไต ตับ อื่นๆ ทั้งนี้ก็เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่อวัยวะสำคัญเสื่อมสภาพ เมื่อหมอปลูกถ่ายอวัยวะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะนำร่างผู้เสียชีวิตส่งกลับคืนให้กับทางครอบครัว เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย The Thai Red Cross Organ Donation Centre

เอกสารที่เกี่ยวข้อง** โปรดอ่านทำความเข้าใจ

    ใบสำคัญอุทิศร่างกาย เพื่อการศึกษาและวิจัยทางด้านการแพทย์

    ตัวอย่าง บัตรประจำตัวผู้อุทิศร่างกาย เพื่อการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์

    คำแนะนำ ทายาทอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์

    หนังสือสำคัญยินยอมมอบศพผู้อุทิศร่างกาย เพื่อการศึกษา

    ขั้นตอนและวิธีการดำเนินการ อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา และวิจัยทางการแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

    ตอบคำถาม เกี่ยวกับการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาทางการแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

    แนวทางการรับร่างผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

การเดินทางไปโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

    เดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานนีศาลาแดง ออกประตู 5 / แต่การบริจาคร่างกาย บริจาคอวัยวะ บริจาคดวงตานี้ต้องไปติดต่อทีละตึก ทีละแผนกค่ะ คนที่ทำงานที่นี่นั้นใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ให้ความช่วยเหลือดีมากๆ

    ที่มาข้อมูล อ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.redcross.or.th/page/50113

    ศูนย์รับบริจากอวัยวะสภากาชาดไทย

ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย

– บริจาคเลือด –

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

National Blood Centre Thai Red Cross Society

.

วิชาที่ทุกคนต้องผ่าน กับตำนานอาจารย์ใหญ่

    ปี 2 จะต้องมีเรียนวิชาอาจารย์ใหญ่ค่ะ เรียนเกี่ยวกับส่วนต่างๆ ของร่างกาย ตอนแรกกลัวมาก เป็นคนไม่กลัวเลือด เข็ม แต่กลัวผี ขนลุกทุกครั้งที่เห็น แต่พอเรียนไปสักพัก ก็เริ่มสนุกขึ้นนะ เพราะเรารู้ว่าอาจารย์ท่านมาดี ท่านตั้งใจให้เราได้ศึกษา แล้วทุกครั้งเวลาที่เราเรียนเสร็จ พวกเราจะต้องรวมตัวทำพิธีที่คณะ แล้วก็แยกไปทำตามวัดต่างๆ สำหรับความเชื่อของหนู คืออาจารย์ท่านให้เรามากเหลือเกินเราควรจะไปส่งท่านครั้งสุดท้าย เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณท่านเท่าที่เราจะทำได้ค่ะ อย่างเคยมีเรื่องเล่าของรุ่นพี่คนหนึ่งนะ ที่เขาไม่ไปทำ แล้วพูดจาแบบไม่ค่อยแคร์ ปรากฏว่า พี่เขาสอบไม่ผ่านตั้งแต่ปี 3 เลยค่ะ พี่เขาก็ต้องไปขอขมาท่าน ถึงจะสอบผ่านได้นะ..

    เรื่องเล่าจาก ข้าวโพด-ณัฐฐา อินต๊ะซาว นิสิตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ข้อมูลและภาพจาก News.mthai.com, campus-star, นิตยสาร Campus star V.17 (สัมภาษณ์เมื่อ ตุลาคม 2014)

บทความที่คุณอาจสนใจ