"ครูรัก" เปิดใจ..ปิดฉากรัก "เมียเด็ก" นอนร้องไห้คนเดียว เหมือนคนไร้ค่า ไม่รู้จะอยู่ไปเพื่อใคร

คอมเมนต์:

ทนฝืนอยู่ด้วยกันแล้ว เราก็รั้งเขาไว้ไม่ได้อยู่ดี ...

หมายเหตุ : สามารถรับชมคลิปเต็มได้ที่ด้านล่างบทความค่ะ 

       ก่อนหน้านี้ทำเอาหลายคนตกใจไม่น้อย เมื่อ ครูรัก ศรัทธา นักแสดงและผู้กำกับชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโชว์ใบหย่ากับภรรยาต่างวัย ตู่ ดวงหทัย ที่อายุห่างกันถึง 24 ปี หลังคบหากันมานาน 8 ปี และแต่งงานมีลูกด้วยกัน 1 คน ล่าสุด ครูรัก มาเปิดใจ แล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้

ผอมลงไปกี่โล?
        "11-12 กิโลครับ ตอนนั้นป่วยเส้นเลือดในสมองแตก ปี 58 ตอนนั้นก็ไปทำงานแล้วเกิดอาการเวียนหัว จะคลื่นไส้ เหงื่อแตก เราก็ไม่รู้คิดว่าจะเป็นลม เพราะเราก็ไม่เคยเป็นลม แล้วพอเป็นปุ๊บก็รู้สึกปวดตั้งแต่ท้ายทอยไปจนถึงกลางหลังเหมือนเราตกหมอน ซึ่งอยู่ดีๆ มันก็เป็นขึ้นมา

Sponsored Ad

        ก็เลยคิดว่าไม่น่าจะเป็นลมแล้ว พอดีที่ไปทำงานชั้นบนเขามีโรงพยาบาลก็ขึ้นไปวัดความดัน ผลออกมา 280 นั่นคือมันแตกไปแล้วขึ้นรถฉุกเฉินไปโรงพยาบาลไปทำ ทีซีสแกน คุณหมอก็มาบอกว่าเส้นเลือดในสมองแตก มีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง"

มาที่เรื่องหัวใจบ้าง 8 ปีที่พี่แต่งงานมา จบลงแล้ว มันเกิดจากอะไร?

Sponsored Ad

        "มันไม่มีสาเหตุหลักๆ เช่นว่ามีการนอกใจ ผมเจ้าชู้ ไปติดพนัน ขี้เหล้า เมายา ติดเพื่อน มันไม่มี มันเหมือนความรักมันค่อยๆ ลดลง"

เรื่องอายุเกี่ยวไหม ห่างกัน 24 ปี?
        "ก็คงเกี่ยวแหละ เหมือนพอเวลาผ่านไปเขาเริ่มโตขึ้น เราก็เริ่มแก่ลง ความรู้สึกที่มันโตขึ้น ความต้องการในการมีครอบครัวมันอาจจะมีจุดเปลี่ยน เราก็ตอบไม่ได้ แต่ว่าขอยอมรับว่าตัวเราไม่สามารถที่จะประคับประคองได้ ก็ด้วยนิสัยของเราด้วย การที่พยายามมีเหตุผลมาก การที่เหมือนขัดแย้งกันแล้วเราพยายามทำให้เขาเข้าใจ ไปสั่งสอนเขาเยอะ มีเหตุผลตลอดเวลาทุกเรื่องมากมาย

Sponsored Ad

        ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความรักมันลดน้อยลง แล้วพอมันลดน้อยลงเราก็รู้สึกว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มันกลับกลายมาเป็นความขัดแย้ง ทะเลาะกันมากขึ้น ทะเลาะกันง่ายขึ้น จากเดิมที่เรารักกันมันก็มีความอดทน ความอภัย ความเข้าใจ รวมไปถึงพอมีลูกด้วยมันก็เหมือนว่ามีภาระความรับผิดชอบ เหนื่อยกันมากขึ้น แต่ก็ยอมรับว่าเราเป็นคนที่ผิดเองที่ไม่สามารถจะทำให้เขาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวที่มีความสุขไปตลอดรอดฝั่งได้"

ครูรัก ศรัทธา

Sponsored Ad

ทะเลาะกันมาเรื่อยๆ แล้วอะไรคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ตัดสินใจแยก?

        "มันไม่มีเหตุอะไรที่มันเป็นเหตุหลัก พอทะเลาะกันบางคำพูดของเรามันก็ไปทำร้ายจิตใจเขา เขาก็จะรู้สึกว่าเราไม่เข้าใจเขา เราทำร้ายจิตใจเขา คือเราก็พยายามคุยกันเพื่อที่จะหาวิธีแก้ไขด้วยกันตลอด

Sponsored Ad

        เราก็ไม่อยากให้ลูกมีปัญหา ประมาณ 2 ปีที่เราพยายามลองวิธีนู้นวิธีนี้ เปลี่ยนแปลงตัวเรา หรือพยายามทำความเข้าใจ มองข้ามบางประเด็นอะไรอย่างนี้ แต่ก็ประเมินว่าเรื่องหลักๆ ก็คือความรู้สึกที่มันเปลี่ยนไป"

ใครเป็นคนตัดสินใจยุติความสัมพันธ์?
        "ทางเขา มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าเราแย่เอง เขาบอกเราว่าไม่อยากทนแล้ว ไม่อยากทะเลาะกันให้ลูกเห็น ก็เลยเกิดความรู้สึกว่าแยกกันอยู่ดีไหม เผื่อว่าในช่วงแรกเรายังคุยกันว่ามันอาจจะดีขึ้นได้ การที่แยกไปต่างคนต่างได้คิดทบทวน อาจจะคิดถึงกัน และอาจจะรู้สึกว่าสุดท้ายกลับมา มันก็ยังอยู่ในวิถีที่เราคาดหวังว่ามันจะดีขึ้น"

Sponsored Ad

แล้วเรื่องลูกตกลงกันยังไงบ้าง?
        "เนื่องจากผมต้องทำงาน แม่ก็จะดูแล เพราะต้องไปรับไปส่งที่โรงเรียน ส่วนเราบางทีเรามีงานเช้าเราก็ไปส่งลูกไม่ได้ หรือเราเลิกงานดึกก็ไปรับลูกไม่ได้ ก็คิดว่าแม่เขาจะดูแลได้ดีกว่าเราเยอะ"

มีร้องไห้คนเดียวไหม?

Sponsored Ad

        "มีๆ มันรู้สึกเคว้งคว้าง มันรู้สึกเหงา แล้วมันเติมมาด้วยความรู้สึกผิดของเราที่เราไม่สามารถประคับประคองความรักหรือความเป็นครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ได้ แล้วเราต้องอยู่กับสิ่งแวดล้อมเดิมๆ คนเดียว โดยที่เขามีสิ่งแวดล้อมใหม่ที่ไม่มีเรา"

ตอนนั้นรู้สึกสูญเสีย หรือเสียศูนย์มากกว่ากัน?

        "ทั้งสองอย่าง เอาจริงๆ ถ้าไม่มีลูกมันจะไม่แย่แบบนั้น มันแย่เพราะมันมีลูก พอบางทีรับลูกมาลูกร้องไห้ว่าอยากเป็นเหมือนเด็กๆ จังเลย กลับมาอยู่ด้วยกันได้ไหม อันนี้โหดสุด เราก็ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ลูกเห็น

        อยากให้เขารู้สึกว่าให้เขามั่นคงมากที่สุด อยากให้เขารู้สึกว่ายังมีพ่อที่เขาเพิ่งได้ เราก็พยายามอธิบายให้เขาฟังว่ายังไงพ่อก็รักลูกมากที่สุด แม่ก็รักลูกมากที่สุด หัวใจของพ่อ แม่ ก็คือลูกคนเดียว"

วันแรกที่แยกกันแล้วกลับมาบ้านมาเห็นสิ่งของของลูก และภรรยาก็ไม่อยู่ มีความคิดสักแวบไหมที่แบบไม่อยากอยู่แล้ว?

        "วันแรกไม่คิด อยู่ไปเรื่อยๆ มันเริ่มแบบกัดกร่อนต้องที่ว่าเราได้รับการยอมรับว่าเราเก่ง เราช่วยคนนู้นคนนี้ เราสอนคนนู้นคนนี้ได้ แต่ตัวเองเอาไม่รอด แล้วมันเป็นเรื่องเบสิก เรื่องครอบครัว มันเหมือนกับว่าความรู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด เรารู้สึกว่าเราผิด สิ่งที่รู้สึกมากก็คือเราไม่น่าทำให้ลูกเราต้องเจอภาวะนี้

        ไม่อยากให้เขาเป็นเด็กมีปัญหา เป็นเด็กบ้านแตก เราก็เก็บทุกอย่างมา รวมไปถึงช่วงนั้นเรื่องงาน เรื่องอะไร มันก็ล้มเหลวหลายเรื่องมากในจังหวะเดียวกัน มันก็เกิดความรู้สึกว่าเราเป็นคนไม่ได้เรื่อง เราเป็นคนห่วยแตก เราเป็นคนที่ไม่มีความสามารถ ล้มเหลวทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงาน เรื่องความรัก เรื่องครอบครัว แล้วมันก็วนลูปอยู่อย่างนี้ ความสงสารลูก ความอะไรต่างๆ มันก็เลยรู้สึกว่าเราไม่มีค่า

        ความภาคภูมิใจทั้งหมดก็หายไป พยายามโทรคุยกับพี่สาว พี่น้องว่าตอนนี้มันแย่มาก รู้สึกความภาคภูมิใจในตัวเองมันหายไปหมด ด้วยเรื่องนี้เรื่องเดียว ตอนนั้นก็คิดว่าถ้าเราไม่ได้อยู่บนโลกนี้ไปมันก็คงไม่มีผลอะไร เราหายไปคงไม่มีใครมาเสียใจ ชีวิตมันก็แค่นี้ แต่พอคิดถึงลูกยังเล็ก มันก็เป็นจุดๆ นึงที่ทำให้เราสู้ต่อไป ถึงแม้เราแยกกันเราก็ต้องรับผิดชอบชีวิตเขา

        อันนั้นเป็นจุดหนึ่งที่เราต้องอยู่ ถึงแม้จะอยู่แบบไร้คุณค่า อยู่ไปก็ไม่เห็นรู้สึกว่าเราสำคัญ มันก็เป็นแบบนี้ไม่อยากทำไรเลย ไม่อยากจะลุกจากเตียง ซื้อหนังสือมาก็ไม่อยากอ่าน มันไม่มีแรงบันดาลใจ ตอนนั้นคาแรกเตอร์เปลี่ยน ไปทำงานก็ไปแค่รับผิดชอบในหน้าที่ พอเลิกงานไปมันก็เป็นบ้านที่มืดๆ เงียบๆ จากเมื่อก่อนมีเสียงลูก ได้กินข้าวด้วยกัน ความคิดเราก็จะวนกลับมาอีกแล้วว่าเรามันไม่มีค่า จะอยู่ไปทำไม เราอยู่ไปเพื่ออะไร เพื่อใคร มันไม่มี

        เพื่อนโทรมาชวนไปเที่ยวเราก็ไม่ไป เริ่มรู้สึกแย่แล้ว ถ้าอยู่แบบนี้ เราก็พยายามเสิร์ชหาข้อมูลอาการแบบนี้อีกนิดนึง มันจะทำให้เคมีในสมองไม่สมดุล คราวนี้ไม่ใช่เรื่องใจแล้ว มันเป็นเรื่องกาย ต้องไปพบแพทย์ ต้องกินยาก็รู้สึกว่า เฮ้ย ไม่ควรแล้ว เราต้องหาอะไรที่สร้างแรงบันดาลใจ ไม่งั้นอยู่อย่างนี้มันจะดิ่งลงๆ"

มีโมเมนต์ไปง้อเมียให้กลับมาอยู่ด้วยกันไหม?
        "ก็มันทำมาเต็มที่แล้ว ก่อนที่จะถึงจุดๆ นั้น มันก็อยากไปนะ แต่เหมือนกับว่าเขาไม่ค่อยอยากคุย อยากเจอ มันยังมีความกรุ่นอะไรบางอย่าง อาจจะเป็นเพราะตัวเราด้วย บางทีคิดว่าเขาอาจจะทนไม่ไหวแล้วเราไม่อยากไปฝืน เพราะฝืนไปก็เท่านั้นเหมือนเราเป็นคนเห็นแก้ตัวที่ดึงเขามาอยู่ในจุดที่เขาเป็นทุกข์ มันก็เลยคิดว่าถ้ามันคือความสุขของเขามันไม่มีประโยชน์อะไรแล้วที่จะดึงเขากลับมา"

ส่วนหนึ่งของความเศร้า ยังรักภรรยาเก่าอยู่?
        "ความรักมันก็ไม่เท่าเดิม มันจะมีบางช่วงที่เรารู้สึกว่าเรารักเขา แต่เขาไม่ได้รักเราแล้ว ซึ่งมันทุกข์มากเหมือนกัน เราก็พยายามคิดว่าถ้าเราไม่รักเขาเมื่อไหร่ มันก็จะเบาลงเมื่อนั้น"

ถ้าเกิดมีผู้หญิงเข้ามาจีบจะสนใจไหม?
        "เขาคงเป็นผู้หญิงที่แปลกมาก คือตอนนี้คิดว่าเป็นเรื่องยากนะถ้าเราจะมีใครสักคนมาในจังหวะที่เรายังต้องรับภาระเรื่องครอบครัวของเรา แล้วก็ลูกเราก็ยังเล็ก ยังต้องการการโฟกัสเยอะ คนคนนั้นจะต้องมีความเข้าใจระดับซุปเปอร์แมน เพราะว่าส่วนใหญ่เราไม่สามารถทุ่มเทกับเขาได้

        เรายังต้องโฟกัสเกี่ยวกับเรื่องลูก การให้เวลา การให้ทุนทรัพย์อะไรต่างๆ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีคนคนหนึ่งที่พร้อมจะเข้ามาหรือมีความเข้าใจ เพราะฉะนั้นไม่ควรเลยที่จะดึงใครเข้ามาอยู่ในวังวนความทุกข์ตรงนี้ ถ้าเกิดลูกเริ่มโตแล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง"

ชมคลิป

คลิปเปิดไม่ออก >>> กดตรงนี้ คลิ๊ก <<<

ข้อมูลและภาพ จาก khaosod / thairath

บทความที่คุณอาจสนใจ