ป.ป.ง. สั่ง อายัดทรัพย์ ผู้กำกับโจ้ 131 ล้าน โดนยึดหมดไม่เหลือ พบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวเพียบ

คอมเมนต์:

พีคตรงมีเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวเพียบเลย !

    จากกรณี ผู้กำกับโจ้ อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ และพวก ก่อเหตุจนกลายเป็นข่าวดัง เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยวันนี้ มีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินกว่า 131 ล้าน 

    ล่าสุด รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีนี้สอบสวนพยาน 35 ปาก พยานเอกสาร 14 รายการ วัตถุพยาน 7 รายการ คณะพนักงานสอบสวน ลงความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ใน 4 ฐานความผิด ได้แก่...

 

Sponsored Ad

 

    1. เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

    2. เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่ง หรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

 

Sponsored Ad

 

    3. ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมาน หรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย

    4. ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น

    ทั้งนี้ ผบ.ตร. กล่าวถึงการพิจารณาลงโทษทางวินัยร้ายแรง ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาว่าจะปลดออกหรือไล่ออก

 

Sponsored Ad

 

    สำหรับคดีรถหรูของอดีตผู้กำกับโจ้ ที่จับกุมเป็นรถเถื่อนส่งศุลกากรกว่า 400 คันนั้น คืบหน้า 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว พบพิรุธทั้งการจับกุมรถที่ไม่มีที่มาที่ไป พิรุธเรื่องการรับสินบนนำจับ ขณะนี้กำลังขยายผล ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องหลายคน ทั้งคนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ศุลกากร

Sponsored Ad

    ขณะที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีการอายัดทรัพย์ของอดีตผู้กำกับโจ้ รวมมูลค่า 131 ล้านบาท ได้แก่ คฤหาสน์ ย่านบางชัน กรุงเทพฯ มูลค่า 57 ล้านบาท รถยนต์ 24 คัน ประเมินราคา 70 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 1 ยูนิต 1.5 ล้านบาท ปืน 18 กระบอก 720,000 บาท อย่างไรก็ตาม อดีตผู้กำกับโจ้ มีหนี้สิน 76.63 ล้านบาท ทำให้เหลือทรัพย์สิน ประมาณ 53.4 ล้านบาท

ที่มา : ชมรมSTRONGต้านทุจริตภาคใต้ 

บทความแนะนำ More +

บทความที่คุณอาจสนใจ