เพียงแค่ "นั่งยอง" ไม่ต้องเสียเงิน ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ก็แข็งแรงอายุยืนได้ แถมทำได้ทุกที่ทุกเวลา

คอมเมนต์:

ไม่อยากแก่ต้องดูเลย

        “มนุษย์ชราขาจะอ่อนแรงก่อน ต้นไม้แก่รากจะแห้งก่อน” นั่นเป็นเพราะขาทั้งสองอยู่ในส่วนล่างของร่างกาย ห่างจากหัวใจค่อนข้างมาก เลือดไหลเวียนไปได้ช้า ดังนั้นจึงเป็นส่วนที่ชราภาพเร็วที่สุด

        ถ้าคุณไม่อยากแก่ ต้องมั่นใจว่าขาไม่ชราภาพ อยากสุขภาพแข็งแรงต้องดูแลสุขภาพขา ทั้งป้องกันและรักษา แล้วจะสุขภาพแข็งแรงอายุยืน

 

Sponsored Ad

 

สควอช

        ไม่ต้องเสียเงิน ไม่ต้องใช้อุปกรณ์และสถานที่ ไม่ว่าจะที่บ้าน บริษัท ที่ทำงาน หรือสวนสาธารณะ ตราบใดที่สะดวกก็สามารถทำได้ ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน ถ้าอยากแข็งแรง ทุกวันแค่ใช้เวลา  5-15 นาทีทำสควอช (ตามความต้องการของแต่ละคน)

 

Sponsored Ad

 

ข้อดีของการสควอช หรือการนั่งยอง

1) เกี่ยวข้องกับการมีอายุยืนยาว

        จากการสำรวจวิถีการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีอายุเป็นร้อยปีพบว่า พวกเขาทำนา นั่งยองซาวข้าว ล้างพัก ซักผ้าข้างบ่อน้ำ และใช้ส้วมแบบเก่า การนั่งยองจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเอวและขา ช่วยป้องกันโรค

2) ข้อต่อและกระดูกที่แข็งแรง

        การนั่งยองหรือสควอช ช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อต่อเอว สะโพก หัวเข่า และข้อเท้า เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อเข่า ชะลอความชราของข้อต่อ ที่จะทำให้กระดูกเปราะ แคลเซียมหายไปในเลือด ไปสะสมในไตและปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะลำบาก และเกิดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ดังนั้นการขยับและใช้งานข้อต่อ เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้มีสุขภาพดี

 

Sponsored Ad

 

3) เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

        การทำท่าสควอชช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา เมื่อขาแข็งแรง ก็จะช่วยป้องกันการหกล้ม เวลาเดินจะสัมผัสได้ถึงความผ่อนคลายของร่างกาย ชีวิตเต็มไปด้วยพลัง

4) ปรับปรุงการทำงานของหลอดเลือด

 

Sponsored Ad

 

        ช่วยขยายหลอดเลือด microvascular และ arteriolar ลดความต้านทานต่อหัวใจ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือด microvascular และ arteriolar มีผลในการช่วยลดความดัน

5) ช่วยลดไขมันในเลือด

        การสควอชช่วยกระตุ้นระบบลมปราณ ทำให้ม้ามทำงานดีขึ้น ช่วยสลายพลากในเลือด (atherosclerotic plaque) ลดความหนืดของเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์และไลโปโปรตีนความหนาแน่นต่ำในเลือด เพิ่มไลโปโปรตีนความหนาแน่นสูง ส่งเสริมการเผาผลาญไขมัน ปรับปรุงความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ป้องกันและรักษาภาวะหลอดเลือดแข็ง (Atherosclerosis) ป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจะเกิดกับหัวใจและหลอดเลือดในสมอง

 

Sponsored Ad

 

6) ลดน้ำหนักได้อยากเห็นผล

        การทำท่าสควอชใช้พลังงานมาก สามารถช่วยลดไขมันส่วนเกินต่างๆในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณสะโพกและต้นขา อีกอย่างคือเวลาสควอชจะเกิดแรงดันบริเวณท้อง ช่วยเผาผลาญไขมันรอบ ๆ อวัยวะในช่องท้อง ลดการสะสมของไขมัน กระตุ้นการย่อยอาหารและส่งเสริมการหลั่งเอนไซม์

7) การออกกำลังกายสามารถผ่อนคลายจิตใจ

        สามารถละความกังวลได้ช่วยคราว วางความกดดันในชีวิตลง ทำให้จิตใจผ่อนคลาย ช่วยปรับอารมณ์ เพิ่มความสุขในชีวิต ดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ

8) ช่วยชะลอการเสื่อมของสมอง

 

Sponsored Ad

 

        ถ้าขาแก่ชรา (สาเหตุหลักคือการเสื่อมของกล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ) สมองก็จะมีอายุมากขึ้นเช่นกัน คนชราที่ขาไม่ดีจะทำกิจกรรมได้น้อยลง โอกาสในการได้รับรู้สิ่งใหม่ก็ลดลง เซลล์สมองไม่ค่อยได้ทำงานอีกต่อไป ทำให้เป็นอัลไซเมอร์ การทำสควอชช่วยเพิ่มความสามารถของขาในการเคลื่อนไหว และเพิ่มการติดต่อกับโลกภายนอก ไม่เพียงชะลอการเสื่อมของสมอง ยังช่วยเพิ่มพูนปัญญาด้วย

Sponsored Ad

ท่าในการทำสควอชต้องถูกต้อง

1) ท่าเริ่มต้น

        ผ่อนคลายร่างกาย แยกขาห่างจากกันให้กว้างกว่าไหล่เล็กน้อย (หรือประมาณไหล่) ยืนตามสบาย ปลายเท้าเอียงเข้าหากันเล็กน้อย โดยยึดแนวนิ้วชี้เป็นหลัก เวลาสควอชหัวเข่าควรอยู่ประมาณนิ้วชี้เท้า เมื่อทำท่าถูกต้องแบบนี้จะเป็นธรรมชาติและไม่กินแรง

2 ท่านั่งยอง

        เข่างอ จนต้นขาขนานกับพื้น (ดูความสามารถของร่างกายแต่ละคน คนแก่หรือคนที่เพิ่งเริ่มทำทำท่าฮาล์ฟสควอชก็ได้) ตอนที่นั่งยองลงไปแล้วให้ค้างไว้สักพักเพื่อฝึกกล้ามเนื้อ

3) ท่าขึ้น

        เวลายืดตัวขึ้นสิ่งสำคัญคือต้องรู้สึกว่าทั้งฝ่าเท้าดันพื้น แล้วค่อยยืน

        ปล. ท่าที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ ศีรษะจนถึงเอวต้องอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน สะโพกกระดกขึ้นเล็กน้อย

        ความเร็วในการทำสควอช : การทำสควอช 1 ครั้งเวลามาตรฐานคือ 5 วินาที (ดูความสามารถของร่างกาย) เวลาอยู่ในท่านั่งยอง ทำช้าๆจะยิ่งดี

        วิธีการหายใจ : นั่งยอง หายใจเข้า ยืนขึ้น หายใจออก

        จำนวนครั้งในการฝึก : ต้องสังเกตความสามารถของร่างกาย แล้วค่อยๆพัฒนา ขอแนะนำให้ทำมากกว่า 30 ครั้งต่อวัน คนที่ร่างกายอ่อนแอเพิ่มเริ่มฝึกให้ทำน้อยๆ แล้วค่อยเพิ่มขึ้นตามความสามารถของร่างกาย

ที่มา : readthis